หน้าเว็บ

การนำรูปแบบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจมาใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายป้องกันปัญหายาเสพติดในโรงเรียน

ตัวอย่าง : โครงการตำรวจจิ๋ว


๑.ความเป็นมา

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ หลักสูตรศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิทยาการเสพติด สถาบันสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการตามโครงการรั้วโรงเรียนกรุงเทพมหานคร โดยจัดการฝึกอบรมข้าราชการครูในสังกัดกรุงเทพมหานครจำนวน ๑๐๐ คน ณ โรงแรมชลจันทร์ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๐ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔


หลักสูตรศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิทยาการเสพติด เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำแผนการฝึกอบรม โดยกำหนดหัวข้อที่ต้องการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างวิทยากรและผู้เข้ารับการฝึกอบรมในกล่าวคือ การเข้าถึงเด็กกลุ่มเสี่ยงอย่างสร้างสรรค์ โดยได้เสนอแนวคิดการจัดทำโครงการตำรวจจิ๋ว เพื่อเป็นตัวอย่างให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถเข้าใจถึงสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาจนนำไปสู่การจัดทำแผนรั้วโรงเรียน ตลอดจนพัฒนาตัวชี้วัดความสำเร็จในเชิงระบบของงานรั้วโรงเรียนได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ




๒.แนวคิดและการศึกษาที่เกี่ยวข้อง



๒.๑ บทบาทของตำรวจที่มีต่อประชาชน มี ๓ มิติ ( ผู้เขียน )




















ลำดับ


มิติ


การปฏิบัติ



มีอำนาจเหนือกว่าประชาชน


มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจตำรวจกระทำได้ เช่น


<!--[if !supportLists]-->· <!--[endif]-->การตรวจค้น, การจับกุม



เท่าเทียมกับประชาชน


ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจ เป็นไปเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากประชาชน หรือเป้าประสงค์ในการป้องกันอาชญากรรม


<!--[if !supportLists]-->· <!--[endif]-->งานบริการ เช่น จัดตั้งจุดอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงเทศกาล


<!--[if !supportLists]-->· <!--[endif]-->งานชุมชนมวลชนสัมพันธ์



บทบาทความเป็นผู้รับใช้


มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นหน้าที่ตำรวจที่ต้องปฏิบัติ


<!--[if !supportLists]-->· <!--[endif]-->การรับคำร้องทุกข์ในคดีต่างๆ



๒.๒ อิทธิพลที่ทำให้กลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่ไม่คุ้นกับยาเสพติดหรือกลุ่มที่ไมมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ และกลุ่มตัวอย่างที่ติดยาเสพติดให้โทษและกำลังรักษาตัวอยู่ในสถานพยาบาล มีค่านิยม ไม่ดี เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ คือ ข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากครู เพื่อน และจากนิทรรศการยาเสพติด ( มาณี สมิธิสัมพันธ์ : ๒๕๒๒ )


๒.๓ ผลการปฏิบัติงานในสถานศึกษาส่วนมากเป็นงานลักษณะการแก้ไขปัญหามากกว่าการป้องกัน (พรศรี พัฒนพงศ์ : ๒๕๒๐ )



๓.การนำแนวคิดและผลการศึกษาไปพิจารณาเพื่อกำหนดนโยบายเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร



ควรเลือกบทบาทของตำรวจที่อาจนำไปปรับใช้กับโครงการตำรวจจิ๋วในฐานะที่นักเรียนผู้ทำหน้าที่ตำรวจจิ๋ว เท่าเทียมกับนักเรียนทั่วไป นั่นหมายถึง การปฏิบัติของตำรวจจิ๋วจะมุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติในเชิงบวก



๔. การปฏิบัติการโครงการตำรวจจิ๋ว



ก.การปฏิบัติก่อนเกิดเหตุ ( การปฏิบัติเพื่อป้องกันปัญหายาเสพติด )


๑.) โรงเรียนคัดเลือกนักเรียนผู้เหมาะสมปฏิบัติหน้าที่เป็นตำรวจจิ๋ว และแต่งตั้งโดยแจ้งให้ทราบทั่วกัน


๒.) คัดกรองนักเรียนกลุ่มเสี่ยง ตัวอย่าง



โครงการโรงเรียนป้องกันยาเสพติด พื้นที่โรงเรียนอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ กำหนดพฤติกรรมเสี่ยง ได้แก่


ก.) มีปัญหาติดสารเสพติด สุรา บุหรี่ เที่ยวกลางคืน


ข.) ผู้มีปัญหาด้านพฤติกรรมเบี่ยงเบน


ค.) ผู้ที่มีปัญหาด้านการเรียน ครอบครัว ด้านการศึกษา ขาดเรียนบ่อย ผลการเรียนลดลง


ง.) ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตทั่วๆ ไป การปรับตัว ไม่รับผิดชอบ ทำร้ายเพื่อน บ่อย


จ.) นักเรียนที่มีโรคประจำตัว


ฉ.) นักเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเพศศึกษา



๓.) โรงเรียนออกกฎ ระเบียบ หรือมีมาตรการในการป้องกัน ตัวอย่าง



การออกกฎป้องกันของโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ค่ายนารายณ์ศึกษา จังหวัดลพบุรี


ก.) ห้ามนักเรียนพูดคุยกับคนแปลกหน้า


ข.) ห้ามนักเรียนขึ้นห้องเรียนช่วงเวลาพักกลางวัน


ค.) ห้ามนักเรียนจับกลุ่มคุยในที่ลับตา


๔.) ตำรวจจิ๋วดำเนินการให้ความรู้ ตัวอย่าง


ก.) จัดนิทรรศการ


ข.) ละครแนวสร้างสรรค์


ค.) การจัดกิจกรรมทางเลือก เช่น กีฬา ดนตรี


๕.) การมีช่องทางรับแจ้งเหตุ



ข.การปฏิบัติขณะเกิดเหตุ ( การสอดส่องดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยง )


๑.) ตำรวจจิ๋วแบ่งหน้าที่เป็น ๔ ฝ่าย ได้แก่


ก.) ฝ่ายสืบสวน


ข.) ฝ่ายสอบสวนหรือตรวจสอบข้อเท็จจริง


ค.) ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์


ง.) ฝ่ายป้องกัน







๒.) รูปแบบการดำเนินการดังนี้








ฝ่ายสืบสวน


( สอดส่อง,หาข้อมูล)







ฝ่ายสอบสวน


(ตรวจสอบ)







ข้อมูล







เก็บเป็นข้อมูล







ไม่มีหลักฐาน







ปรากฏหลักฐาน







ฝ่ายป้องกัน


(กำหนดวิธีปฏิบัติ)







ไม่รุนแรง







ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์


(ร่วมแก้ไข)







สถานการณ์รุนแรง







ขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก

<!--[if !vml]--><!--[endif]-->




ค.การปฏิบัติหลังเกิดเหตุ ( การแก้ไขปัญหาด้วยโรงเรียนเอง และการแสวงความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอก )



๑.) สถานการณ์ไม่รุนแรง โรงเรียนอาจแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง


ก.) จัดกิจกรรมทางเลือกเชิงสร้างสรรค์ เช่น ดนตรี กีฬา


ข.) จัดกิจกรรมเฝ้าระวัง เช่น การตรวจเยี่ยมครอบครัว


ค.) จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษา


ง.) การสุ่มตรวจปัสสาวะนักเรียนกลุ่มเสี่ยง


จ.) การตรวจค้น


๒.) สถานการณ์รุนแรง โรงเรียนอาจขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก


ก.) จัดกิจกรรมให้กำลังใจนักเรียนกลุ่มเสี่ยง ขณะเข้ารับการบำบัด


ข.) จัดกิจกรรมเฝ้าระวังโดยร่วมมือกับหน่วยงานจิตเวชประจำโรงพยาบาลและสถานีตำรวจในพื้นที่ ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวจะจัดผู้ประสานงานประจำโรงเรียนเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา


ค.) การแสวงหาความร่วมมือจากเครือข่ายผู้ปกครอง


ง.) การแสวงหาความร่วมมือจากศาสนสถาน



๕.ข้อเสนอในการปฏิบัติการโครงการตำรวจจิ๋ว



ก. จากผลการดำเนินการที่ผ่านมาพบว่าการให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหา ไม่อาจแก้ปัญหายาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นควรมุ่งเน้นที่การป้องกันเป็นหลัก


ข. การแก้ไขปัญหาไม่อาจจะแก้ไขได้โดยลำพัง นั่นหมายถึง การประสานงานในระดับโรงเรียนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นไปในลักษณะโรงเรียนคู่ขนาน หรือเครือข่ายโรงเรียน


ดาวน์โหลดไฟล์ ที่นี่